วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
เปิดโฉม มือขว้างระเบิด ใส่ตำรวจที่ผ่านฟ้า 18 กพ.57
| ||
| เปิดโฉม มือขว้างระเบิด ที่ผ่านฟ้า
เปิดโฉม มือขว้างระเบิด ใส่ตำรวจ
เหตุการณ์ที่มีการขว้างระเบิด M67 ใส่กลุ่มตำรวจ เชิงสะพานผ่านฟ้า ได้ดูคลิปต่างๆ ถึงช่วงเวลาและทิศทางการขว้างระเบิด ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่า โดนm79ยิง จึง กลับมาค้นหาภาพที่ถ่ายไว้ ได้รายละเอียด ดังนี้ กลุ่มตำรวจ ที่เข้าจับกลุ่ม ผู้ชุมนุมที่ขว้างวัตถุใส่ตำรวจที่หน้าเต้นท์ เต้นท์นี้อยู่ตรงข้ามกลุ่มตำรวจที่โดนระเบิด ผู้ที่ขว้างระเบิด จะอยู่บริเวณหลังเก้าอี้ไม้ยาวๆ ที่เห็นด้านบนของภาพ หลังจากนั้น ประมาณ 2-3นาที กลุ่มตำรวจกลุ่มนี้ได้ถอยไปตั้งแนว หมอบอยู่เชิงสะพานตรงข้ามเต้นท์ จุดที่โดนระเบิด ห่างจากเต้นท์ประมาณ 30-40 เมตร ไฟไหม้หลังคาเต้นท์ ใกล้จุดที่คนร้ายเข้ามาขว้างระเบิดมาก สังเกตุควัน ด้านซ้ายของภาพ ซึ่งขณะนั้น ไม่มีใครอยู่ที่เต้นท์แล้ว แต่เห็นคนร้ายได้เข้ามา หมอบอยู่ท่ามกลางควันไฟ ที่เต้นท์ตรงข้ามกลุ่มตำรวจ ขณะนั้นได้ยินว่าตำรวจถูกยิง ซึ่งอยู่ห่างเราประมาณ 3-5เมตร จึงวิ่งไปถ่ายได้ ไม่ถึง 3 นาที ก็ได้ยินเสียงระเบิด ตำรวจตะโกนว่า ระวังM79ด้วย จึงวิ่งกลับมาถ่ายจุดที่ระเบิดลง ภาพนี้ ถ่ายก่อนหน้า ตำรวจที่ถูกยิงไม่ กี่นาที ภาพนี้ ขยายให้เห็นชัดที่สุดแล้ว เพราะถ่ายผ่าน ควันไฟ พลอากาศโท วัชระ ฤทธาคนี หนึ่งแกนนำที่สะพานผ่านฟ้า บัญชาการสั่งการให้ การ์ดต่อสู้กับตำรวจ และภาพนี้ เขาก็อยู่ในเต้นท์ ขณะที่มีการขว้างระเบิดใส่ตำรวจด้วย เพิ่มเติม ตามข่าวว่าตำรวจที่ถูกยิงที่หน้าผาก ยิงมาจากตึกการบินไทย หรือตึก กรมโยธาธิการเก่า เป็นไปไม่ได้ เพราะ ตำแหน่งที่ตำรวจผู้นี้ยืนอยู่ มีรถบัสบัง อยู่ด้านหลัง แถบฝั่งทั้งหมดของตึกการบินไทย หรือถนนหลานหลวงหรือ สน.นางเลิ้ง มองไม่เห็นตำแหน่งตำรวจคนนี้ มีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่จะยิง ตำรวจคนนี้ได้ คือตำแหน่งที่เราหมอบอยู่ และตำรวจคนนี้อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ยืนยันว่ายิงมาจาก เต้นท์ด้านมุมตึก ของกระทรวงเกษตร ปากซอยวัด ปริวาส
http://forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=34361
|
ภาพแห่งหฤโหดของผู้สั่งการ 18 กพ.57
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 เวลา 14:30 น. ข่าวสดออนไลน์
ภาพชุดจากสื่อต่างประเทศ จากเหตุการณ์ปะทะ บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ 18 ก.พ.
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNU1qY3dPRGt6T0E9PQ==§ionid=
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 18
ก.พ. เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติภารกิจคืนความสงบ กทม.
และเดินหน้าผลักดันผู้ชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ
ซึ่งเป็นพื้นที่ของม็อบกองทัพธรรมและแนวร่วมกปปส. โดยมีรายงานว่า ตำรวจ 1 นายถูกยิงเข้าศีรษะ นอกจากนั้นยังมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น ทั้ง
นี้ หลังสิ้นเสียงระเบิดพบมีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บหลายนาย
เบื้องต้นคาดว่าเป็นระเบิดเอ็ม-79 ส่วนตำรวจที่ถูกยิงศีรษะเสียชีวิตแล้ว
ทราบชื่อ ส.ต.ต.พงศกร แสงกลม ผบ.หมู่ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ต่อ
มาเวลา 14.00 น. ศูนย์เอราวัณ แจ้งยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 58 ราย ดังนี้
รพ.กลาง 14 ราย หัวเฉียว 13 ราย รามา 5 ราย วชิรพยาบาล 21 ราย สงฆ์ 4 ราย
ตำรวจ 1 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ที่รพ.กลาง นายสุพจน์ บุญรุ่ง อายุ 52 ปี
มีบาดแผลที่ศีรษะ
วันพุธที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2557
ความแตกแยกของคนในชาติเกิดจากใคร ?
Voice TV : 'อีโคโนมิสต์' มองการเมืองไทย พังเพราะฝ่ายค้าน
ที่มา Voice TV
นิตยสารอีโคโนมิสต์ชี้ ระบบการเมืองไทยพังเพราะฝ่ายพ่ายแพ้ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ผู้ทรงอิทธิพลใช้ทุกกลยุทธ์โค่นพรรคทักษิณ ชี้เหตุประท้วงคุกคามความเป็นชาติ เตือนเสี่ยงแยกประเทศเหนือ-ใต้
เมื่อวันอังคาร เว็บไซต์นิตยสาร ดิ อีโคโนมิสต์ นำเสนอรายงาน เรื่อง "Why Thai politics is broken" เสนอคำอธิบายว่า เพราะเหตุใด ระบบการเมืองของไทยจึงพัง
รายงานบอกว่า คนไทยตอบคำถามนี้ต่างกัน ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลโทษว่า เป็นเพราะทักษิณ ชินวัตร โกงกินอย่างมหาศาล ใช้นโยบายประชานิยม ทำให้ประเทศชาติล่มจม
ตรงกันข้าม ฝ่ายสนับสนุนทักษิณบอกว่า เป็นเพราะทักษิณสร้างแรงสั่นสะเทือนแก่ผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วยระบบราชการ กองทัพ ศาล และสถาบันพระมหากษัตริย์ การประท้วงในขณะนี้สะท้อนการตอบโต้ของพวกอภิสิทธิ์ชนที่ถูกคุกคาม โดยใช้วิธีการนอกกรอบประชาธิปไตย
![]() |
@ ตำรวจกับทหาร ร่วมรักษาการณ์ที่สี่แยกแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ในวันพุธ หลังรัฐบาลไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
|
รายงานบอกว่า คำอธิบายของทั้งสองฝ่าย ต่างมีส่วนถูก รัฐบาลในปีกทักษิณมีแนวโน้มจะตอบสนองผลประโยชน์ของคนที่เลือกพรรคของเขา ไม่ใช่เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศ ผู้ต่อต้านรัฐบาลไม่ได้มีแค่ชนชั้นสูง สังคมไทยแตกแยก แต่ไม่ใช่แบ่งครึ่ง ที่ผ่านมา ประชาชนที่นิยมทักษิณเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง
"การเมืองไทยล่มสลายเพราะข้อตกลงอันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตยนั้น ใช้การไม่ได้อีกต่อไป ข้อตกลงที่ว่านี้ก็คือ ฝ่ายแพ้จะยอมรับผล จนกว่าจะถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่" อีโคโนมิสต์ อธิบาย
รายงานขยายความว่า ภาคส่วนที่ทรงอิทธิพลของไทย ซึ่งประกอบด้วยคนจำนวนมาก ยอมรับไม่ได้กับการปกครองโดยตระกูลของทักษิณ ใช้กลเม็ดแทบทุกอย่างเพื่อโค่นรัฐบาล รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องความไม่จงรักภักดี
อีโคโนมิสต์ คาดการณ์ว่า หากการเลือกตั้งจัดขึ้นได้จริง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะชนะอย่างถล่มทลาย แต่วิกฤตก็จะยังคงอยู่ พรรคฝ่ายค้านจะอยากเห็นเธอถูกโค่นอำนาจด้วยกองทัพ หรือกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำลังสอบสวนเธอ
![]() |
@ ทหารเข้าประจำจุดรักษาการณ์ ในกรุงเทพ ในวันพุธ
|
อย่างไรก็ดี รายงานชี้ว่า หากรัฐบาลที่ต่อต้านทักษิณขึ้นครองอำนาจ อย่างเช่นกรณีรัฐบาลในช่วงปี 2551-2554 ก็จะขาดความชอบธรรม และไร้เสถียรภาพ และว่า ถ้าเกมชักกะเย่อกันไปมาเช่นนี้ยังดำเนินต่อไป สังคมไทยจะแตกแยกจนถึงราก
"ความแตกแยกในประเทศไทย จะไม่เพียงเป็นเรื่องทางสังคม หากกินลึกถึงวัฒนธรรม เชื้อชาติ และภาษา ระหว่างคนทางใต้ ที่มีผิวสีเข้ม กับพวกคนเชื้อสายจีน พวกหนึ่ง กับคนทางเหนือ ซึ่งพูดภาษาตระกูลไท-ลาว อีกพวกหนึ่ง" อีโคโนมิสต์ กล่าว
"การประท้วงในขณะนี้ จึงคุกคามไม่เพียงสันติภาพและเสถียรภาพเท่านั้น หากยังคุกคามต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทยเลยทีเดียว".
วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556
แรงต้าน 2 เด้ง "นิรโทษฯ" ฉบับสุดซอย ล้างผิด 2 ขั้ว ทั้ง คนสั่งฆ่าม็อบ-ทักษิณ
การพลิกโฉม แปลงกาย "ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม" ที่เสนอโดย วรชัย เหมะส.ส.สมุทรปราการ และคณะ ในแบบ"หักดิบ" จากนิรโทษกรรมให้เฉพาะประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แผ่ขยายออกไปถึงผู้สั่งการ เจ้าหน้าที่ และผู้ที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิด โดยคตส.อันเป็นกลไกของคณะรัฐประหาร 2549 เป็นผลงานการเสนอของ"หัวเขียง" ประยุทธ ศิริพาณิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคาม ก่อให้เกิดความขัดแย้งในเครือข่ายพรรคเพื่อไทยอยู่ในขณะนี้
กลุ่มสนับสนุนให้นิรโทษฯ ตามแนวทางของ"หัวเขียง" ประยุทธ ศิริพาณิชย์ อดีตส.ส.มหาสารคาม ได้แก่ แกนนำพรรค ที่นำโดย เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง
ขณะที่ส.ส.ระดับแกนนำ ออกอาการกระอักกระอ่วนฟีลแบบ"กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ที่ทำให้เกิดปัญหาในการผลักดัน ก็คือ การที่อานิสงส์ของการล้างผิด จะครอบคลุมไปถึง "ผู้สั่งการ" ในเหตุการณ์สังหารประชาชนเมื่อปี 2553
ขณะที่ส.ส.ระดับแกนนำ ออกอาการกระอักกระอ่วนฟีลแบบ"กลืนไม่เข้าคายไม่ออก" ที่ทำให้เกิดปัญหาในการผลักดัน ก็คือ การที่อานิสงส์ของการล้างผิด จะครอบคลุมไปถึง "ผู้สั่งการ" ในเหตุการณ์สังหารประชาชนเมื่อปี 2553
คนเสื้อแดงพกความเคียดแค้น ถามหาความยุติธรรม รอคอยการตัดสินคดีนี้มาอย่างยาวนานเทคะแนนโหวตให้พรรคเพื่อไทยอย่างท่วมท้น เพื่อเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้ จากยุคหนึ่งที่คดีโดนดอง ระหว่างปี 2553-2554 จนกระทั่งเปลี่ยนรัฐบาล เป็นพรรคเพื่อไทย นายกฯ เปลี่ยนมาเป็นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
การไต่สวนสาเหตุการตายที่ดำเนินการในศาลยุติธรรม ปรากฏผลชัดขึ้นเรื่อยๆ เคลียร์ไปทีละประเด็น คนตายในสถานที่ต่างๆ เพราะกระสุนปืนเจ้าหน้าที่ ไม่มีชายชุดดำ ผู้วางเพลิงเผาห้างยักษ์ ไม่ใช่คนเสื้อแดงที่ถูกจับตัว คืบหน้าเข้าใกล้ตัวผู้บงการทุกขณะ แล้วอยู่ๆ จะเกิดรายการเททิ้งไปทั้งแผง ข่าวการนิรโทษฯ จึงสร้างความอึดอัดให้กับคนเสื้อแดง ส.ส.ในพรรคที่ผูกพันกับชะตากรรมของเหยื่อการสลายม็อบ
อีกทางหนึ่ง กม.นิรโทษ ฯจะยกเลิกความผิดของผู้ถูกดำเนินคดีโดยคตส. ซึ่งถือว่า เป็น"กลไก""ที่คณะรัฐประหารสร้างขึ้น โดยหลักสากลแล้ว การดำเนินคดีโดยกลไกพิเศษ นอกเหนือจากกระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว กลุ่มที่จะได้อานิสงส์ เบอร์ต้นๆได้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากคดีที่ดินรัชดา และคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้าน
เมื่อมีชื่อของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องสงสัยว่าจะเรียกแขกให้เข้ามาร่วมงานนี้ได้เป็นโขยงแน่นอน
ทั้งแขกที่มองเห็น มองไม่เห็น แขกทีประสงค์ออกนาม และไม่ประสงค์ออกนาม
(ภาพประกอบ)
ปัญหาของกม.ฉบับสุดซอย-ยกเข่ง ก็คือ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษฯ ของวรชัย เหมะ เริ่มต้นจากนิรโทษให้ประชาชน
การที่อยู่ๆ หักมุมให้ส่งผลนิรโทษถึงกลุ่มอื่น ถือเป็นวิธีดำเนินการที่ทำให้เกิดเสียงโต้แย้งได้
การที่อยู่ๆ หักมุมให้ส่งผลนิรโทษถึงกลุ่มอื่น ถือเป็นวิธีดำเนินการที่ทำให้เกิดเสียงโต้แย้งได้
แม้จะอ้างว่า การนิรโทษฯเฉพาะกลุ่ม อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ก็ฟังได้ยาก และพูดช้าเกินไป หากจะนิรโทษฯทั้งหมด ก็ต้องเขียนหลักการและเหตุผลของกฏหมายให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น บอกกล่าวกับสังคม และสภาฯให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา
นั่นคือหลักการสำคัญในการพิจารณาถึงความเหมาะสมชอบธรรมของร่างพ.ร.บ.นี้
แต่การคัดค้านร่างสุดซอยนี้ มุ่งไปที่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า สุดท้ายพรรคเพื่อไทย ก็ต้องมาประเมินว่า จะยอมหักหลักการสำคัญ เพื่อขยายผลการนิรโทษกรรมออกไปหรือไม่
ทางถอยยังมี เพราะการพิจารณาในวาระ 2 สภาจะต้องโหวตว่า จะให้เป็นไปตามร่างเดิม ของนายวรชัย หรือให้เป็นไปตามแนวของ"หัวเขียง"
และมีส.ส.ในพรรคไม่น้อยที่พยายามคัดง้าง ผลักดันให้เป็นไปตามร่างของนายวรชัย ส่วนจะขัดรัฐธรรมนูญอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงในอนาคต
ที่แน่ๆ การตัดสินใจในประเด็นนี้ จะส่งผลต่ออนาคตของพรรคเพื่อไทยต่อไป
นั่นคือหลักการสำคัญในการพิจารณาถึงความเหมาะสมชอบธรรมของร่างพ.ร.บ.นี้
แต่การคัดค้านร่างสุดซอยนี้ มุ่งไปที่ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มากกว่า สุดท้ายพรรคเพื่อไทย ก็ต้องมาประเมินว่า จะยอมหักหลักการสำคัญ เพื่อขยายผลการนิรโทษกรรมออกไปหรือไม่
ทางถอยยังมี เพราะการพิจารณาในวาระ 2 สภาจะต้องโหวตว่า จะให้เป็นไปตามร่างเดิม ของนายวรชัย หรือให้เป็นไปตามแนวของ"หัวเขียง"
และมีส.ส.ในพรรคไม่น้อยที่พยายามคัดง้าง ผลักดันให้เป็นไปตามร่างของนายวรชัย ส่วนจะขัดรัฐธรรมนูญอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องข้อเท็จจริงในอนาคต
ที่แน่ๆ การตัดสินใจในประเด็นนี้ จะส่งผลต่ออนาคตของพรรคเพื่อไทยต่อไป
คัดข่าวจาก..
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382500389&grpid&catid=02&subcatid=0200
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1382500389&grpid&catid=02&subcatid=0200
วันที่ 23 ตุลาคม 2556
วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556
เรื่องเล่า 6 ตุลา 2519 : ลำดับเหตุการณ์กรณี 6 ตุลาคม 2519
ลำดับเหตุการณ์กรณี 6 ตุลาคม 2519
มิถุนายน 2519
สุธรรม แสงประทุม ได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ในช่วงนั้นได้มีการประเมินสถานการณ์ว่ากำลังก้าวเดินไปสู่ความเลวร้ายทุกขณะ โดยมีการทำลายล้างทั้งการโฆษณาและวิธีการรุนแรง แต่กลับทำให้ขบวนการนักศึกษาเติบใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ดูจากผลการเลือกตั้งกรรมการนักศึกษาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ประจำปี 2519 นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าได้รับชัยชนะเกือบทุกสถาบัน
27 มิถุนายน 2519
กิตติวุฒโฑภิกขุ ให้สัมภาษณ์ น.ส.พ.จัตุรัส ว่า “การฆ่าคนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถือเป็นบุญกุศลเหมือนฆ่าปลาแกงใส่บาตรพระ”
2 กรกฎาคม 2519
กรรมการ ศนท. นัดพบประชาชนที่สนามหลวง การชุมนุมครั้งนี้มีคนถูกปาด้วยเหล็กแหลมและก้อนหินจนบาดเจ็บหลายคน สุธรรมกล่าวในการชุมนุมว่ากรรมการ ศนท.ชุดนี้อาจจะเป็นชุดสุดท้าย แต่ก็พร้อมยืนตายคาเวทีต่อสู้
ในช่วงนั้น ที่ทำการ ศนท. ในตึก ก.ต.ป. ถูกล้อมและขว้างปาหลายครั้ง และยังเคยมีคนมาติดต่อกับกรรมการ ศนท.เสนอให้เดินทางออกนอกประเทศ พร้อมกับจะสนับสนุนเงินทองและที่อยู่ให้ โดยบอกว่าจะมีรัฐประหารแน่นอน แต่ไม่อยากให้นักศึกษาลุกขึ้นต่อต้าน แต่กรรมการ ศนท.ตอบปฏิเสธ
27 กรกฎาคม 2519
หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งพาดหัวขนาดใหญ่ว่า “วางแผนยุบสภาผู้แทน ตั้งสภาปฏิรูปสวมรอย” เนื้อข่าวกล่าวว่า บุคคลกลุ่มหนึ่งประกอบด้วยทหาร ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้า ข้าราชการ กำลังวางโครงการตั้ง “สภาปฏิรูปแห่งชาติ” เตรียมตัวเพื่อขึ้นมาบริหารงานแทนรัฐบาลเสนีย์
คณะรัฐมนตรีประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาคำขอของจอมพลถนอม (ที่จะเดินทางเข้าประเทศ) ปรากฏว่าความเห็นแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่ควรอนุมัติเพราะจะเป็นเงื่อนไขให้เกิดการชุมนุมขับไล่ อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรอนุมัติเพราะจอมพลถนอมมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ 10 สิงหาคม 2519 มีข่าวลือว่าจอมพลถนอมเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่วันรุ่งขึ้นก็มีข่าวว่าจอมพลถนอมทำบุญเลี้ยงพระที่วัดไทยในสิงคโปร์ 16 สิงหาคม 2519 มีข่าวแจ้งว่าจอมพลประภาส จารุเสถียร หนึ่งในสามทรราชที่ถูกนักศึกษาประชาชนขับไล่ และหลบหนีออกนอกประเทศไปเมื่อเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เดินทางกลับเข้าประเทศแล้ว 19 สิงหาคม 2519 นักศึกษาจำนวนหนึ่งจัดขบวนแห่รูปวีรชน 14 ตุลา ไปที่สน.ชนะสงคราม แจ้งข้อหาให้ตำรวจดำเนินคดีกับจอมพลประภาส 15.00 น. นักศึกษาชุมนุมที่ลานโพธิ์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะมีคำสั่งห้ามแล้ว 17.00 น. ศนท.จัดชุมนุมที่สนามหลวง 22.00 น. นักศึกษาประชาชนประมาณหมื่นคน เคลื่อนขบวนจากสนามหลวงเข้ามายังสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ และมีการชุมนุมกันตลอดคืน 20 สิงหาคม 2519 กรรมการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เปิดอภิปรายที่ลานโพธิ์ ชี้แจงเหตุผลที่ต้องย้ายการชุมนุมเข้ามาในธรรมศาสตร์ การชุมนุมที่สนามฟุตบอลยังดำเนินไปตลอดคืน 21 สิงหาคม 2519 กลุ่มกระทิงแดงเริ่มปิดล้อมมหาวิทยาลัย 14.00 น. นักศึกษารามคำแหง 3,000 คน เดินขบวนเข้ามาทางประตูมหาวิทยาลัยด้านพิพิธภัณฑ์ กระทิงแดงปาระเบิดและยิงปืนเข้าใส่ท้ายขบวน มีผู้เสียชีวิต 1 คน แต่การชุมนุมยังดำเนินต่อไป 20.30 น. ฝนตกหนัก กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยืนหยัดอยู่ในสนามฟุตบอล จนฝนหยุด จึงเคลื่อนเข้าไปในหอประชุมใหญ่ และอยู่ข้างในตลอดคืน 22 สิงหาคม 2519 จอมพลประภาสเดินทางออกนอกประเทศ นักศึกษาประชาชนสลายตัว 26 สิงหาคม 2519 มีข่าวลือว่าจอมพลถนอมลอบเข้ามาทางจังหวัดสงขลา แต่ไม่เป็นความจริง นายสุธรรม แสงประทุม เลขาศูนย์นิสิตฯ แถลงว่าจอมพลถนอมต้องการกลับมามีอำนาจอีกครั้ง 27 สิงหาคม 2519 อธิบดีกรมตำรวจมีคำสั่งให้หน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องระมัดระวังมิให้จอมพลถนอมเดินทางเข้าประเทศไทย 28 สิงหาคม 2519 ท่านผู้หญิงจงกล กิตติขจร เดินทางเข้าประเทศไทย โดยแถลงว่าเข้ามาเพื่อปรนนิบัติบิดาของจอมพลถนอม และมารดาของท่านผู้หญิง รวมทั้งเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานเพื่อนของบุตรชายด้วย 29 สิงหาคม 2519 บุตรสาวจอมพลถนอม 3 คนเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่บ้านพักซอยเอกมัย เพื่อเจรจาขอให้จอมพลถนอมเข้ามาบวชและรักษาบิดา นายกฯ ขอนำเรื่องเข้าปรึกษา ครม. 30 สิงหาคม 2519 น.ท.ยุทธพงษ์ กิตติขจร ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และเหตุผลที่จอมพลถนอมขอเดินทางเข้าประเทศไทย 31 สิงหาคม 2519 ครม.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรอนุมัติให้จอมพลถนอมเดินทางกลับเข้ามา และ รมช.ต่างประเทศสั่งสถานทูตไทยในสิงคโปร์แจ้งผลการประชุม ครม.ให้จอมพลถนอมทราบ | |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


.jpg)















