วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สารรมควัน..ในข้าว




กรมควบคุมโรคย้ำ สารรมควันไม่ตกค้างในข้าว : Zeus


กรมควบคุมโรค ชี้สารรมควันข้าว "อลูมิเนียมฟอสไฟด์"(Aluminium Phosphide) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "ฟอสฟิน" และ"เมทิลโบรไมด์" (Methyl bromide) ทั้ง 2 ชนิด ไม่มีพิษตกค้าง สามารถระเหยได้หมดภายใน 5 วัน


นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข่าวการรมควันข้าวในโกดัง โดยใช้สาร 2 ชนิด คือ "เมทิลโบรไมด์" (Methyl bromide) และ "อลูมิเนียมฟอสไฟด์"(Aluminium Phosphide) หรือที่เรียกสั้นๆว่า "ฟอสฟิน" เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช รวมถึงการฆ่าแมลง และฆ่าเชื้อราต่างๆ นั้น 



ประเทศไทย มีการใช้สารดังกล่าวมานานมากกว่า 40 ปีแล้ว เมื่อแยกตามชนิดและคุณสมบัติของสาร จะพบว่า"เมทริลโบรไมด์" เป็นก๊าซไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และมีข้อได้เปรียบกว่าสารรมชนิดอื่นๆ คือ สามารถฆ่าแมลงได้ในทุกระยะของการเจริญเติบโต มีความสามารถในการฟุ้งกระจายและแทรกซึมเข้าไปในสินค้าได้ดี ไม่กัดโลหะเครื่องมือเครื่องใช้ ในขณะเดียวกันก็สามารถระบายสารออกจากกองสินค้าได้เร็วเมื่อสิ้นสุดการรม 

ที่สำคัญคือ ใช้ระยะเวลาในการรมสั้น และเป็นสารที่ไม่ติดไฟซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานง่ายขึ้น สามารถสลายตัวภายใน 3 ชั่วโมง ถึง 5 วัน และไม่มีพิษตกค้าง

ส่วน"อลูมิเนียมฟอสไฟด์" หรือที่เรียกสั้นๆว่า "ฟอสฟิน" มีการผลิตในหลายรูปแบบ เช่นแบบเม็ด จะใช้กับการรมผลิตผลเกษตรที่บรรจุกระสอบหรือถุง หรือรมในโรงเก็บ โดยมีลักษณะการกระจายตัวของแก๊สได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลานานในการรมประมาณ 5-7 วัน และทำปฏิกิริยากับโลหะ เช่น ทอง ทองแดง และเงิน เป็นต้น ใช้เวลาในการสลายตัวดีมากประมาณ 5 ชั่วโมง ที่สำคัญ คือ ไม่มีพิษตกค้าง

ซึ่งนายแพทย์ปรีชา เปรมปรี ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ภาครัฐ มีการตรวจสอบผู้ที่มีหน้าที่พ่นสารรมควันในหลายส่วน ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีการจัดฝึกอบรม วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง และการดำเนินการทุกครั้ง จะต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปกำกับดูแล เพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นไปขั้นตอน 

ในส่วนของกรมควบคุมโรค มีการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน ตามโครงการ "เกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ กายจิตผ่องใส" โดยโรงพยาบาลทั่วประเทศ จะสุ่มเจาะเลือดตรวจ ในกลุ่มเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและดำเนินงานเฝ้าระวังโรคจากสารกำจัดศัตรูพืช นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำคู่มือเกษตรกรปลอดโรค แจกจ่ายสำหรับเกษตรกรและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพิ่มเติม 

ขอบคุณที่มา Voice TV








อย.ยัน ข้าวไทยปลอดภัยได้มาตรฐานไร้สารเคมีตกค้าง : Zeus

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ อย.กล่าวว่า ขอยืนยันว่าประชาชนยังสามารถบริโภคข้าวได้ตามปกติ เพราะจากการตรวจสอบข้าวสารบรรจุถุง ยังไม่พบสารเคมีตกค้างเกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่กำหนดห้ามเกิน 50 ppm โดยพบสารเมทิลโบรไมด์ และฟอสฟีน เพียง 0.9-21 ppm เท่านั้น และเมื่อนำข้าวสารไปซาวน้ำ สารเคมีก็ละลายหายไปถึงร้อยละ 20 เมื่อหุงข้าวสารตกค้างก็จะถูกความร้อนทำลายหายไปอีกร้อยละ 80 จึงเหลือสารค้างตกน้อยมาก ไม่ทำอันตรายแก่ร่างกาย ส่วนกรณีที่อ้างมีหนูตายจากการรับประทานข้าวนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้



********************

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เสวนาประชาธิปไตย ต่อต้านอำนาจนอกระบบ ปกป้องรัฐบาลประชาธิปไตย 14-6-2013

สงครามประชาชน..เริ่มจากใคร ???

[IMG]

กลุ่มพันธมิตร "หน้ากากขาว" ปะทะเดือดกลุ่มหน้ากากแดง รักเชียงใหม่ 51

เวลา 16.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. 2556   ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 นำโดย นายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือ "ดีเจแดง สองแคว" แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 พร้อมสมาชิกกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ซึ่งบางคนก็สวมหน้ากากแดง ประมาณ 200 คน  พร้อมด้วยรถขยายเสียง มาปักหลักกันบริเวณสวนสุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  เพื่อรอกลุ่มที่อ้างตัวเป็นหน้ากากขาวจะมาชุมนุมประท้วง และรณรงค์ ไม่เอาระบอบทักษิณ ชินวัตร

กลุ่มคนที่อ้างตัวเป็นหน้ากากขาว ได้รวมตัวกันอยู่ในร้านอาหารตรงข้ามกับสวนสุขภาพมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 20 คน  โดยกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 มีจุดประสงค์จะมาฟังการรณรงค์ ของกลุ่มหน้ากากขาว อย่างสงบ ปรากฏว่าได้มีบุคคลในกลุ่มของบุคคลที่อ้างตัวเป็นหน้ากากขาว ได้ออกมาถ่ายรูปของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51  ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านอาหารที่กลุ่มหน้ากากขาวอยู่ ทำให้กลุ่มรักเชียงใหม่ ลุกฮือ เข้าไปต่อว่าต่าง ๆ นานา และหวิดจะมีเรื่องกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงค์เชียงใหม่ มาดูแลความสงบเรียบร้อยจำนวน 10 คน เหตุการณ์ทั่วไปยังสงบอยู่


[IMG]

นายวรวุฒิ รุจนาภินันท์ หรือ "ดีเจแดง สองแคว"แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51เปิดเผยว่า กลุ่มรักเชียงใหม่ 51ได้นำกำลังคนมาเพื่อรอดูการรณรงค์ของกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นหน้ากากขาว แท้ที่จริงพวกนี้ก็คือพวกพันธมิตรภาคเหนือนั่นเอง พวกเราต้องการมาดูว่าพวกนี้จะรณรงค์ ไม่เอาระบอบทักษิณอย่างไรปรากฏว่า พวกนี้ได้มีพฤติกรรมแบบยั่วยุ มาทำการบันทึกภาพกลุ่มคนเสื้อแดงก่อน ทำให้สมาชิกคนเสื้อแดงรุกฮือดังกล่าว แต่ไม่มีเรื่องรุนแรงในเบื้องต้น เพียงมีการต่อว่ากันไปมา กลุ่มหน้ากากขาวนั้น จากการสังเกตต้องการเข้าไปแทรกแซงตามจุดต่าง ๆ ที่มีการจัดกิจกรรม เนื่องจากมีกำลังคนไม่มากนัก จึงต้องใช้วิธีนี้ ในการแทรกแซงอาศัยกิจกรรมของหน่วยงานต่าง ๆ ทำการรณรงค์  ซึ่งกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และคนเสื้อแดงเชียงใหม่ได้ประกาศว่าจะไปตั้งจุดทุกที่ที่กลุ่มหน้ากากขาวพวกนี้เดินทางไปรณรงค์ ตามจุดต่าง ๆเพื่อไปดูพฤติกรรมของกลุ่มหน้ากากขาว

[IMG]

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันเดียวกันกลุ่มหน้ากากขาว ส่วนหนึ่งประมาณ 20 คน ได้เดินทางมายังถนนนิมานเหมินทร์ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่  ก่อนถึงสวนสุขภาพและนำหน้ากาก มาใส่พร้อมทั้งชูป้ายเพื่อรณรงค์ นำป้ายมาโชว์ โดยปักหลักอยู่ ที่หน้าอาคารฮิลไซด์คอนโด 2 ระบุ"โค่นระบอบทักษิณ เว้นวรรคทางการเมือง เพื่อปฏิรูปทางการเมือง Overthrow the Thaksin regim"
โดยทุกคนได้ใส่หน้ากากขาว และได้มายืนหน้าร้าน เซเว่น และ ชูป้ายข้อความดังกล่าว โดยกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งตอนแรกอยู่ที่สวนสุขภาพ ได้รีบเดินทางไปยังกลุ่มหน้ากากขาวทันที ทำให้การจราจรย่านถนนดังกล่าวติดขัด และกลุ่มคนเสื้อแดงหรือกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ก็ได้ทำการกรูเข้าไปและเกิดมีการแย่งป้าย ขว้างไข่ และมีการจุดประทัด กลุ่มหน้ากากขาวได้พากันวิ่งหนีเข้าไปในตัวอาคาร  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการระงับเหตุการณ์ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และกลุ่มหน้ากากขาวก็ได้สลายตัวไปในที่สุด


ที่มา ข่าวสด
ข้อมูลของข่าวเพิ่มเติม
http://www.komchadluek.net/detail/20130614/161025/แดงเชียงใหม่ปะทะหน้ากากขาวเจ็บอื้อ.html#.UbsY_Pl7Lng

http://www.youtube.com/watch?v=670DNtWWh_U&feature=player_embedded

  1. !

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ค่าหัว 80 ล้าน



วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 00:01 น.  ข่าวสดออนไลน์
ค่าหัว 80 ล้าน
สมิงสามผลัด
ไม่ใช่เงินน้อยๆ ทีเดียวสำหรับรางวัลนำจับ 10 ล้านบาทที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศจ่ายให้คนที่แจ้งเบาะแสคนเผาบ้านเผาเมืองตัวจริง
ประกาศต่อหน้าคนเสื้อแดงเรือนหมื่นเรือนแสนที่ร่วมรำลึกครบรอบ 3 ปีเหตุ การณ์สลายม็อบแดง 99 ศพ
ถัดมาไม่ถึง 24 ชั่วโมง พ.ต.ท.ทักษิณก็ทวีตอีกครั้ง
บอกมีเพื่อนต่างชาติจะร่วมลงขัน สนับสนุนเพิ่มค่าหัวจับมือเผา
แบบว่าถ้าจับได้ 5 คน ผู้ให้เบาะแสก็รับไปเต็มๆ เลย 50 ล้าน
การประกาศล่ามือเผาบ้านเผาเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้พูดแบบเอามัน สร้างกระแส หรือว่าแค่สะใจ
แต่มีที่มาที่ไป เพราะก่อนหน้านี้ ศาลแพ่งถึง 3 คดี ศาลอาญา 1 คดี ศาลเยาวชนอีก 1 คดีมี คำพิพาษาออกมาสอดคล้องกันแล้ว
เหตุการณ์เผาห้างเผาโรงหนังที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นวันที่ 19 พ.ค.53
ไม่ใช่ก่อการร้าย ไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำนปช. ไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง
คำวินิจฉัยระบุด้วยว่า เหตุการณ์เผาเกิดหลังจากผู้ชุมนุมสลายตัวหมดแล้ว ไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ อีก
ฉะนั้น การเผาไม่ได้มีผลให้ข้อเรียกร้องของม็อบบรรลุผล
นี่คือการปิดฉากวาทกรรม "เสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง" และตามมาด้วยการล่าตัว"มือเผาตัวจริง"
ในทางคดีล่าสุด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์
ต้องสอบพยานทั้งทหารที่เข้าควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง รปภ.ของห้าง
หลักฐานสำคัญก็คือทั้งภาพ ถ่ายและภาพวงจรปิด
ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากเพราะเวลาล่วงเลยมา 3 ปีแล้ว
แต่อาชญากรย่อมทิ้งร่องรอย
บิ๊กแจ๊ดระบุชัดแล้วว่าในชั้นนี้จะออกหมายจับมือเผาตามภาพหลักฐานก่อน 2 คน และยังมีผู้ร่วมเหตุการณ์อีก 6 คน
ก็เท่ากับว่ามีมือเผาตัวจริง 8 คน
ถ้าจับได้ครบทั้ง 8 คนโดยมีหลักฐานชัดแจ้ง
คนให้เบาะแสก็จะรับรางวัลนำจับไปเต็มๆ 80 ล้าน !?

"บิ๊กแจ๊ด" เปิดภาพ 2 ผู้ต้องหาเผาเซ็นทรัลเวิลด์ พ.ค.53-ชี้ตรงกับหมายจับดีเอสไอ



"บิ๊กแจ๊ด" เปิดภาพ 2 ผู้ต้องหาเผาเซ็นทรัลเวิลด์ พ.ค.53-ชี้ตรงกับหมายจับดีเอสไอ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พ.ต.อ.สืบศักดิ์ พันธุ์สุระ รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.นภันวุฒิ เลี่ยมสงวน ผกก.ดส. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. และคณะพนักงานสอบสวนบก.น.6 ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยเวลาประมาณนานกว่า 1 ชั่วโมง
 
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า จากการที่ได้ตั้งชุดสืบสวนของบช.น.ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ได้ใช้เวลาประมาณ 40 วัน ยืนยันว่าผลการทำงานมีคืบหน้าไปมาก ตอนนี้ชุดสืบสวนพอจะรู้ตัวผู้ที่ไปเผาและมีส่วนเผาในเหตุการณ์จริงวันนั้น 2 คน ซึ่งจากการสรุปของทีมสืบสวนที่ได้จากพยานหลักฐานภาพเคลื่อนไหว ภาพถ่ายพยานบุคคล ตรงกับบุคคลที่เคยบุคคลที่เคยถูกออกหมายจับซึ่งทางชุดสืบสวนไม่เคยทราบ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดลงไปอีกตรงกันกับที่กรมสอบสวนคดี (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายจับไว้แล้วเมื่อปี 2553 คนแรกเป็นภาพกำลังทุบกระจก อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยถูกแจ้งข้อหาร่วมกันวางเพลิง เผาทรัพย์ผู้อื่น และเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นอกจากนี้ยังมีภาพผู้ต้องสงสัยอีก 6 คน อยู่ในเหตุการณ์
 
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวอีกว่า ขอให้บุคคลตามภาพทั้งหมดมาพบเพื่อขอสอบปากคำให้ชัดเจน เพราะอยู่ในเหตุการณ์ แต่ถ้าไม่มาและพบหลักฐานเพิ่มเติม ก็จะเอาหลักฐานทั้งหมดที่ได้ส่งต่อให้ดีเอสไอขออนุมัติออกหมายจับต่อไป ถ้ามีหลักฐานว่าเกี่ยวข้องกับการวางเพลิงห้างเซ็นทรัลเวิลด์จริง ยืนยันว่ายังมีอีก 20 กว่าคนที่เกี่ยวข้อง แต่ขอเวลาให้ชุดสืบสวนได้ทำงานก่อน ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง  2 คนที่ได้ออกหมายจับบุคคลตามภาพ ยังไม่ทราบว่าเป็นคนกลุ่มไหน หากพี่น้องประชาชนหรือใครมีเบาะแสได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้เป็นใครมีรางวัลมอบให้แน่นอน  ทั้งนี้ สามารถแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมมาได้ที่เบอร์ของศูนย์สืบสวนนครบาลโทร. 023548226
 
ด้านพล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า สำหรับบุคคลที่ต้องการตัวมาสอบสวนมีอยู่ 6 คนนั้น คนที่แรกคือหมายเลขหนึ่งตามภาพผู้ชายใส่เสื้อสีดำที่เห็น เป็นเวลาประมาณ 14.05 น. ช่วงนั้นได้มีการวางเพลิงภายในห้างเซน ขณะเดียวกันบริเวณที่พักเกาะกลางถนนพระราม 1 ซึ่งเป็นเต๊นท์ของผู้ชุมนุมก็มีการวางเพลิงด้วย บุคคลในภาพดังกล่าวได้วิ่งหนีออกมาจากกองเพลิง โดยไม่ทราบว่าวางเพลิงเองหรือวิ่งหนีเพลิง จึงอยากได้ตัวมาทำการสอบสวน เพราะเกี่ยวพันกับการวางเพลิงที่บริเวณหน้าประตูเซนด้านตรงข้ามอาคารเฉลิมเกียรติ รพ.ตร. หมายเลข 2 ผู้ชายเสื้อสีเทา ช่วงระหว่างที่ผู้ต้องหาชุดดำตามภาพแรกกำลังทุบทำลายกระจกประตูห้างเซนก็เดินเข้ามาในเหตุการณ์ด้วย ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเข้ามาร่วมก่อเหตุหรือเดินออกจากทีก่อเหตุ ซึ่งยังไม่ได้ตั้งเป็นผู้ต้องหา เพราะไม่มีอุปกรณ์หรือเครื่องมือใช้ก่อเหตุ แต่เป็นบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะนั้น จึงได้ตัวมาสอบสวน
 
พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวอีกว่า โดยหมายเลข 3 หมายเลข 4 หมายเลข 5 พบขณะที่ผู้ต้องหาที่ 1 กำลังใช้ธงทุบทำลายประตูห้างเซน ระหว่างที่เดินตามกันมาในระยะใกล้เคียงกัน แต่ไม่มีอุปกรณ์ใช้ในการก่อเหตุหรือร่วมกระทำผิด จึงอยากได้ตัวมาสอบสวน  ซึ่งตั้งแต่หมายเลข 1 – 5 เป็นคนบุคคลที่เห็นหน้าชัดเจน ส่วนหมายเลข 6 ได้เดินตามบุคคลต้องสงสัยที่ถือก้อนอิฐเข้าไปทุบกระจก แต่ยังไม่ได้ภาพชัดเจนของบุคคลที่ถือก้อนอิฐ เพียงแค่บุคคลตามภาพหมายเลข 6 เดินตามติดไปด้วย ซึ่งเป็นบุคคลที่จะต้องมาแสดงตัว ซึ่งบุคคลตามภาพทั้ง  6 คนมีรูปชัดเจน ขอให้มาพบพนักงานสอบสวนหรือถ้าใครพบก็ขอให้ชี้เบาะแสเข้ามาตำรวจจะเข้าไปเชิญตัวทันที
 
เมื่อถามว่านอกจากหมายจับของดีเอสไอยังมีหลักฐานอื่นหรือไม่ว่าทั้ง2คนนี้เป็นบุคคลที่วางเพลิงจริงนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ก็มีหลักฐานหลายอย่างที่ทั้ง 2 คนนี้มีส่วนในการวางเพลิงจริง ชุดสืบสวนก็จะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้ดีเอสไอขออนุมัติจับกุม เราเป็นเพียงชุดสืบสวน แต่ดีเอสไอเป็นผู้ทำสำนวน นอกจากนั้นยังมีอีกทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงบุคคลที่เกี่ยวข้องตามภาพทั้ง 6 คน แต่หากพบมากกว่านั้นก็สามารถแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมมาได้
 
เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้แล้วเกิดความล้าช้าแต่เส้นทางที่วางรถดับเพลิงไว้อยู่ใกล้นั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวชุดสืบสวนมีอยู่แล้ว รวมถึงประจักษ์พยานที่เป็นที่ปรึกษาอัคคีภัยที่เซ็นเวิลด์ รวมถึงการประสานข้อมูลอื่นๆ มีใครให้เข้ามีใครไม่ให้เข้า แต่ตอนนี้ขอให้ชุดสืบสวนขอประมวลเรื่องให้ชัดเจนก่อน เพราะว่าต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยเฉพาะข้อเท็จจริงผู้ที่เข้าไปเผาคือใคร ตอนนี้ได้ภาพผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 คนแล้ว เมื่อได้ตัวมาก็จะไขปริศนาได้ว่าใครเข้าไปเผาเซ็นทรัลเวิลด์ แต่ตำรวจจะเร่งพยายามสืบสวนจับกุมตามหมายจับตามหมายเลขที่แจ้งไป
 
เมื่อถามว่ารางวัลจะเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี หรือส่วนของนครบาลเลยหรือนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเพราะอดีตนายกฯ บอกไว้ว่าจะให้ 10 ล้านบาท หากใครชี้เบาแส ส่วนจะแยกของบช.น.ออกเลยหรือไม่ ต้องขอพิจารณาอีกครั้ง
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยได้ถูกแบ่งออก 2 กลุ่มคือ กลุ่มบุคคลที่มองเห็นหน้าและการกระทำชัดเจน เป็นผู้ต้องหาถูกออกหมายจับแล้ว 2 คน โดยบุคคลแรกเป็นชายเสื้อดำใส่หมวกสีดำกำลังเอาธงชาติทำลายประตูห้างเซนฝั่ง ตรงข้ามอาคารเฉลิมพระเกียรติรพ.ตร.ออกหมายจับศาลอาญาที่1803/53 ลงวันที่ 18 ส.ค. 53 ข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นโรงเรือนที่เก็บสินค้าเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฯ” ส่วนบุคคลที่ 2 ใส่เสื้อสีเทามีผ้าคาดปากอยู่ร่วมกับบุคคลชายเสื้อดำกำลังเอาธงชาติทุบทำลาย ประตู หมายจับศาลอาญาที่ 1804/53 ลงวันที่ 18 ส.ค. 53 ข้อหา “ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นซึ่งเป็นโรงเรือนที่เก็บสินค้าเป็นเหตุให้ ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฯ” ส่วนกลุ่มบุคคลเห็นหน้าชัดเจนในที่เกิดเหตุ แต่การกระทำไม่ชัดเจน  ควรเรียกตัวมาสอบสวน อีก 6 คน