วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

เมื่อคนไทนหันมา..ฆ่ากันเอง



กรุงเทพฯ 25 ก.ย.55 เกิดเหตุทำร้ายกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มาติดตามคดีอดีตครูโรงเรียนนานาชาติ ถูกนางดารุณี กฤตบุญญาลัย แนวร่วม นปช. แจ้งเอาผิดฐานหมิ่นประมาท กรณีถูกตะโกนต่อว่ากลางห้างดังในกรุงเทพฯ

นี่เป็นภาพเหตุการณ์ในช่วงที่กลุ่มแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่เดินทางมาให้กำลังใจ นางสาวมนัสนันท์ หนูคำ อดีตครูโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ที่ถูกนางดารุณี กฤตบุญญาลัย แนวร่วม นปช. แจ้งความตำรวจกองปราบ ให้เอาผิดฐานหมิ่นประมาท จากกรณีถูกตะโกนด่าทอกลางห้างสรรพสินค้าดัง ว่าจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง จนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง กำลังทยอยเดินทางออกจากกองปราบปราม เพราะนางสาวมนัสนันท์ ขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวน ไปเป็นวันที่ 29 ตุลาคมนี้

โดยขณะเดินทางกลับได้พบกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มารอติดตามความเคลื่อนไหวของคดี อยู่ที่ประตูทางเข้า-ออกของกองปราบ ทำให้มีการตะโกนด่าทอกันไป-มา ก่อนที่กลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มีจำนวนมากกว่า จะกรูเข้าทุบรถเครื่องขยายเสียงของคนเสื้อแดง ทำให้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนรถ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และเกิดการกระทบกระทั่งลงไม้ลงมือกันตามมา กระทั่งกำลังตำรวจคอมมานโดของกองปราบปราม ต้องเข้ามาระงับเหตุ และควบคุมสถานการณ์ก่อนที่ผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มจะแยกย้ายกันกลับไป.-สำนักข่าวไทย

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/417325.html

ข่าวที่มา

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พระเอกเสื้อแดงตัวจริง



"จะปรองดอง 






พระเอกเสื้อแดงตัวจริง


"การปรองดอง ต้องเริ่มที่ ความจริงครับ"
เอาความจริงมาวางบนโต๊ะ ..คลี่ออกมา หาความยุติธรรม
จากอำนาจผลพวงรัฐประหาร กันยา 2549

ความผิดอยู่ที่คนของเรา

บทความ: พรรคร่วมไม่ได้ตีจากเรา สส เพื่อไทย 17 เสียงนั่นเองที่ไม่โหวตเองเรื่องคำสั่งศาล

โดย เสรีชนประชาไท
ที่มา ประชาทอล์ค 
13 มิถุนายน 2555

ข้อมูลชัดเจน ใครจะเถียงอีก พรรคร่วมไม่ได้ตีจากเรา สส เพื่อไทย 17 เสียงนั่นเองที่ไม่โหวตเองเรื่องคำสั่งศาล นี่เรายังจะหลอกตัวเองเรื่องเสียงไม่พออยู่อีกหรือ?

ข้อมูลที่ได้ชัดเจนแล้วว่า พรรคร่วมไม่ได้หักดิบเรา เราน่ะหักดิบตัวเอง และผู้นำของเราลอยตัว ตรวจสอบเสียงแล้ว พรรคร่วมไม่ออกเสียงหรือไม่มาเพียง 11 (จำนวนนี้พรรคชาติไทยมากสุด 8 คนไม่โหวต) ส่วนพรรคเราไม่ออกเสียงหรือไม่มาถึง 17 จะให้คิดว่าใครหักหลังครับ

หนนี้ รัฐสภามี 644 เราต้องการเสียงกึ่งหนึ่งคือ 323 ไม่ใช่ 325 ด้วย แต่โหวตว่าจะเลื่อนพิจารณารับทราบคำสั่งศาลไหมได้ 318 ขาดเพียงห้าเสียง

ความผิดอยู่ที่คนของเรา

น่าสนใจก็คือ หนึ่งในสามที่ไม่ลงคะแนนคือ สส.เพื่อไทย อุดรฯ นางเทียบจุฑา ขาวขำ ส่วนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายจิรวัฒน์ ศิริพานิช ส.ส.มหาสารคาม ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย แต่ไม่ยอมออกเสียงลงคะแนน

และมี ส.ส.เพื่อไทยที่ไม่ร่วมออกเสียงอีก 17 คน 3 คนไปตรวจน้ำท่วม นายกคนสวย/ มท. ยงยุทธ/ ปลอดประสพ ไม่มาประชุม

แล้วอีก 14 คน ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหน !!!!

ชัดไหมครับข้อมูลนี้ เลิกซะทีกลับการหลอกตัวเองว่า ถึงขืนโหวตวาระสามเสียงก็ไม่พอ บ้านะซี พอถ้าเราไม่เบี้ยวกันเอง ต้องการอีก 5 เราหายไป 17 เฉพาะพรรคเพื่อไทยนะ แล้วจะให้มวลชนช่วยยังไง จะแก้ตัวให้ดูดี ต้องมีหลักฐานไม่ใช่เชื่อพวกนักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ตนเองมากกว่าราษฎร

เหอ หนักใจแทนทักษิณ ถ้าแบบนี้ อยู่เมืองนอกไปเหอะ ขืนยังอ่อนแอแบบนี้ เข้ามาก็พังเปล่าๆ แถมจะโดนลอบฆ่าอีก

ไม่ท้อ แต่โอกาสมีแล้วปล่อยหลุดลอย สุนัยอ้างเจรจาลับกับผู้ใหญ่อีกฝ่ายแล้ว ถ้าเขาหลอกอีกล่ะ โดนมาหลายรอบไม่รู้จำ

เหอ กรรม ผมเลิกกำดีกว่า สถานการณ์แบบนี้ อุเบกขาดีที่สุด เสียดายมาก โอกาสหลุดลอย !!!



วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

แถลงการณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

แถลงการณ์
กรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งระงับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

 





 
ด้วยความขอบคุณ
 http://resist12.blogspot.com/2012/06/blog-post.html
 
 

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เวลาแห่งการรอคอย มือที่มองไม่เห็นปะทะมือของประชาชน



(1)
Dual Power เวลาแห่งการรอคอย มือที่มองไม่เห็นปะทะมือของประชาชน
และแล้วเวลาแห่งการรอคอยที่จะเปลี่ยนประเทศให้เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท​้จริง โดยมีอำนาจอธิปไตยสูงสุดมาจากมวลชนชาวไทยอย่างสมบูรณ์ก็ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ไม่คิดว่า พรบ. ปรองดอง ที่ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในสภา จะกลายเป็นชนวนที่ถูกจุดขึ้นเพื่อนำไปสู่ระเบิดประชาธิปไตยได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

การเร่งให้เกิดความขัดแย้ง ให้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวางทั้งภายในสภา และภายนอกสภา ที่เกิดขึ้นจากพรรคประชาธิปัตย์ และ กลุ่มพันธมิตร อีกทั้งอำนาจของศาลที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้น เป็นการส่งสัญญาชัดเจนว่า มือที่มองไม่เห็นที่ปกครองประเทศนี้อยู่ ต้องการล้มรัฐบาลที่มาจากประชาชนลงให้จงได้

เมื่อปลายปี 2554 ก็มีความพยายามทำให้น้ำท่วมประเทศไทย เพื่อหวังจะให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในประเทศ และเป็นเหตุให้รัฐบาลที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ต้องล้มลงไปเพราะไม่สามารถบริหารประเทศได้​ แต่ด้วยการบริหารจัดการอย่างยอดเยี่ยม การร่วมมือร่วมใจของท่านนายกยิ่งลักษณ์ และประชาชนที่ช่วยกันสนับสนุนและช่วยเหลือกันและกันอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายไปได้ รัฐบาลยังคงบริหารงานได้ และยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นตามเวลาที่ผ่านไปสิ่งนี้ส่งผลให้ อำนาจของมือที่มองไม่เห็นที่ปกครองประเทศนี้อยู่เริ่มสั่นคลอน และมองดูด้วยความหวาดหวั่นต่ออำนาจของประชาชนที่เติบโตขึ้นอย่างไร้การควบคุม

ปูนนก
 
 
 
 
(2)
 
เวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมาประเทศไทยถูกปกครองด้วยอำนาจมืด ทำให้มีกลุ่มคนจำนวนเพียงหยิบมือที่มีอิทธิพล.. ร่ำรวย.. มีอำนาจ.. และปกครองประชาชนอยู่บนยอดสูงสุดของปิรามิดแห่งประเทศนี้ ประชาชนชั้นล่างผู้ทุกข์ระทมไม่เคยสามารถจะเข้าถึงโอกาสที่จะดำเนินชีวิตตามที่ตนเอง​ปรารถนา ทรัพยากร.. เศรษฐกิจ และการบริหารของประเทศนี้ถูกผูกขาดด้วยคนเพียงไม่กี่ตระกูล ที่สูบเลือดเนื้อ รีดนาทาเร้น ใช้อำนาจย่ำยีบีฑาผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศให้ต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างยาวนาน

โดยอาศัย “ความเชื่อ..ความศรัทธาอย่างงมงาย” ประชาชนได้ถูกสั่งสอนให้ศรัทธาโดยปราศจากข้อสงสัย (หรือถ้าสงสัยก็ต้องตาย) ประชาชนต่างยื่นมืออันสั่นระริก ด้วยความหิว และสิ้นหวัง จบขึ้นเหนือศรีษะด้วยความเชื่อว่า จะได้กุศลผลบุญจากความเมตตาของเทวดาบนฟากฟ้าประทานลงมาให้เพื่อจะได้พ้นทุกข์โศกได้บ​้าง แต่น่าเศร้าสิ่งที่ประชาชนคิดว่ามองเห็นนั้นคือ เทวดา กลับกลายเป็น นกกระสาที่คอยจ้องจับกินกบที่อยู่ในบึงอย่างอิ่มเอม

วันที่ 19 กันยายน 2549 เมื่อสายพานของรถถังเคลื่อนเข้ายึดอำนาจการบริหารจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่า​งท่วมท้นของประชาชน ทำให้ประเทศทั้งประเทศ “ช็อค” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะภายในปีเดี่ยวกันก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่เดือนคนไทยทั้งชาติต่างชื่นชมและภาคภู​มิใจกันถ้วนหน้าว่า “โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย เพราะได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีของกษัตริย์ที่ทรงบุญญาบารมียิ่งใหญ่ไพศาลที่สุดในโลก และมีรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีที่เก่งที่สุดในโลก” แต่ 3 เดือนให้หลังกองทัพไทยก็ยึดอำนาจรัฐบาลที่มีนายกที่ดีที่เก่งทีสุดในโลกเสียแล้ว

อำนาจมืดของมือที่มองไม่เห็นจะไม่ยอมให้ประชาชนมีอำนาจขึ้นมาเพื่อปกครองตนเองตามควา​มต้องการ จากวันนั้นถึงวันนี้เวลาผ่านไปกว่า 5 ปีสถานการณ์ได้ผ่านการต่อสู้อันปวดร้าว สูญเสียแม้กระทั่งชีวิต และทรัพย์สินมากมาย ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าประชาชนเริ่มเข้าใจถึงอำนาจและสิทธิที่ตนเองพึงมีพึงได้ และถูกแย่งชิงไปเช่นไร กระแสคนเสื้อแดงที่กำลังไหลบ่าท่วมท้นประเทศไทยในแทบทุกหัวระแหงขณะนี้ ได้กลายเป็นเหมือนกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากที่กำลังโถมทับ “อำนาจมืดของมือที่มองไม่เห็น” ให้จม และถูกกลืนหายไปในสายธารแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัฒน์

ปูนนก
 
 
 
(3)
การประท้วง และการปลุกระดมอย่างก้าวขวางที่เกิดขึ้นในเวลานี้ คือสิ่งบอกเหตุที่แสดงให้เห็นชัดแล้วว่า “อำนาจมืดจากมือที่มองไม่เห็น จะไม่ยอมปล่อยให้กาลเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงกลืนกินพวกเขาไปโดยไม่ต่อสู้อย่างแน่นอน พรรคการเมืองที่อ้างว่าเป็นพรรคของประชาชนอย่างประชาธิปัตย์ กล้าที่จะแสดงอาการ “ดิบ..ถ่อย..เถื่อน” ในสภาต่อหน้าประชาชนที่เฝ้ามองดูอยู่ทั้งโลก

กลุ่มพันธมิตรร่วมกลุ่มคนมาชุมนุมเป็นครั้งสุดท้าย และปลุกเร้าทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดการปะทะ และความวุ่นวายในประเทศให้ได้ พร้อมที่จะนำประชาชนที่มาชุมนุม “บุกยึดรัฐสภา..ดุจเดียวกับที่เคยบุกยึดทำเนียบรัฐบาล หรือสนามบินสุวรรณภูมิ” ครั้งก่อน ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรระงับการพิจารณาร่างแก้ไข รธน.มาตรา 291 แม้เป็นการกระทำที่ก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งทั้งหลายเหล่านี้แสดงให้เห็นแล้วว่า “มือที่มองไม่เห็น มันเอาเราแน่” เหมือนเป็นการปรามหรือขู่ให้ฝ่ายประชาชนยอมแพ้ เพราะถ้าไม่เช่นนั้น อาจจะมีการเคลื่อนกองทัพออกมายึดอำนาจอีกครั้ง

แต่ทว่างานนี้ผิดคาดครับ.. เพียงแค่ 2 วันที่มีการเรียกรวมพลคนเสื้อแดงให้ไปร่วมชุมนุมกันที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี แม้จะมีการประกาศเพียงแค่ 2 วันแต่คนเสื้อแดงก็ไป่ชุมนุมรวมตัวกันจนธันเดอร์โดมเต็มล้น และไม่พอที่จะนั่ง มีการประกาศผ่านสื่อออนไลน์ วิทยุชุมชน และเวปไซด์ของคนเสื้อแดงแทบทุกแห่ง ถึงการตอบโต้ถ้ามีการยึดอำนาจหรือล้มล้างรัฐบาลโดยมิชอบอีก

การชุมนุมของกลุ่ม พธม. ที่กำลังกระทำกันอยู่ ก็เป็นการชุมนุมที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากกำลังตำรวจปราบจลาจล ซึ่งครั้งนี้คงไม่เหมือนครั้งก่อนๆ อย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลเป็นฝ่ายชอบธรรม การกระทำใดๆ ที่เป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายคงจะต้องถูกฝ่ายกฏหมายปราบปรามอย่างเฉียบขาดแน่นอน แม้จะมีคำกล่าวออกมาอีกว่า “อย่าทำอะไรคนของฉัน” ก็ตาม..

ปูนนก
 
 
 
(4)
คราวนี้ถ้าท่านนายกยิ่งลักษณ์ หรือท่านประธานสภาสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ปล่อยให้พวก พธม. เข้าไปยึดครองรัฐสภา เหมือนยึดครองทำเนียบเช่นครั้งก่อนโดยไม่ทำอะไร ทั้งสองท่าน และพรรคเพื่อไทยทั้งพรรค จะกลายเป็นจำเลยของสังคม และคนเสื้อแดงทั้งมวลจะหันหลังให้กับพรรคท่านทันที

จนถึงวันนี้ และขณะนี้ ผมเชื่อว่าคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยทุกคน ก็ยังคงรักและฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทย และการนำของท่านนายกยิ่งลักษณ์ หรือแม้แต่ท่านนายกทักษิณ อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าครั้งนี้ท่านนายกทักษิณ ก็คงมองออกแล้วว่า อำนาจของประชาชน หรือ Dual Power ได้เกิดขึ้นแล้ว และเป็นอำนาจที่ทัดเทียมกันเสียด้วย มันขึ้นอยู่กับว่าท่านจะเลือกใช้อำนาจของประชาชนนี้ให้ถูกต้องและถูกจังหวะเช่นไร

แม้ว่าท่านนายกทักษิณ ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ หรือการนองเลือด หรือการสูญเสียใดๆ แต่ถ้าถึงคราวที่จะต้องสูญเสียก็จะต้องทำ มิฉะนั้น ท่านนายกทักษิณ และพรรคเพื่อไทยทั้งพรรคนั่นแหละ จะกลายเป็นจำเลยของคนเสื้อแดงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และถ้าถึงวันที่คนเสื้อแดงหันไปหาความหวังจากที่อื่นก็จะไม่มีใครอีกเลยที่จะหันกลับ​มาหาท่านอีก.. พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นตัวอย่างที่ดีครับท่าน อย่าเป็นเช่นนั้นเลยครับ

ปูนนก
 
http://forum.banrasdr.com/showthread.php?tid=8937

ครึ่งทศวรรษ ความจริงวันนี้

วันเสาร์, มิถุนายน 02, 2012

พตท.ทักษิณ โฟนอินเวที  3เกลอร้อง "รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก"








ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ระหว่างการจัดงาน "ครึ่งทศวรรษ ความจริงวันนี้"เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 2 มิถุนายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้โฟนอินสดข้ามประเทศ เวทีรายการ พูดคุยกับกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  ท่ามกลางการต้อนรับของ นายวีระกานต์ มุวิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. และผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้

พ.ต.ท.ทักษิณ   โฟนอินสวัสดี พี่น้องคนเสื้อแดง  พร้อมระบุ วันนี้สัญญาณไม่ดี  ไม่รู้เป็นอะไร มีแต่เสียง อุตส่าห์แต่งตัวหล่อ  จะไปโชว์ ที่เมืองไทยให้พี่น้องเสื้อแดงได้เห็นว่า ยังสบายดีอยู่  หลังจากโดนแล้วโดนอีก 

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวกับนายณัฐวุฒิที่บอกว่า  อย่าเป็นหมูให้เขาหลอก  แต่บางทีก็ต้องร้องเพลง  ถึงเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก... บางทีบางครั้งก็โง่จริงบ้าง โง่ปลอมบ้าง ก็ว่ากันไป   พร้อมบอกว่า  พยายามลดโทนให้ไม่เครียดเกินไป  กำลังฝึกอยู่ ถ้าได้กลับเมืองไทย ไม่ว่าจะได้กลับตอนไหนตอน 85 หรือตอน 63 ก็ไม่รู้  ยังไงก็ต้องกลับ  

นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวแบบอารมณ์ดีว่า  วันนี้อยากจะใช้คำพูดเบาๆ  แบบอารมณ์ดีบ้าง เพราะวันก่อนมีคนท้วงว่า อารมณ์เสียเกินไป  และเห็นโน้ส อุดม ออกเดี่ยวมาหลายรอบแล้ว  ก็อยากจะออกแฝดบ้าง  เป็นโน้สกับแม้ว  ก่อนจะเข้าเนื้อหาโฟนอิน ดังนี้

"คนร้ายเวลาทำแผนประทุษกรรมเหมือนๆ กันหมด  เวลานี้แผนประทุษกรรมเหมือนกันมากสมัยล้มผม  มาตอนนี้เริ่มอาการออกแล้ว แต่วันนั้นต้องอ่านหนังสือแบบเรียนเรื่องเรณูปัญญา  ตอนนั้นคนเรายังโง่อยู่ แต่วันนี้ไม่โง่แล้วนะครับ วันนี้รู้แล้วอะไรเป็นอะไร กระบวนการโค่นอำนาจประชาชนเริ่มอีกแล้ว

เมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน...ถ้าคนเข้าใจกฎหมาย  จะรู้ว่าระเบียบต้องอ่อนกว่ากฎหมาย   กฎหมายจะเหนือกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เพราะเป็นกฎหมายสูงสุด    รองจากกฎหมาย เป็นกฤษฎีกา ซึ่งก็ต้องออกตามกฎหมาย ออกนอกกฎหมายไม่ได้  ระเบียบก็ต้องออกตามกฤษฎีกา หรือกฎหมายนั้นๆ  แต่วันนี้เอาระเบียบมาอยู่เหนือกฎหมาย 

วันนี้กติการบ้านเมืองไม่เหลือแล้ว  คนรักษากฎกติกาขาดคุณธรรมมันถึงได้เป็นอย่างนี้ จะใช้สองมาตรฐาน มันถึงไม่มีทางเลิกแตกแยกกันได้   ตราบใดที่กระบวนการไม่มีคุณธรรมในการรักษากติการับรองเลยว่าความแตกแยกบ้านเมืองจะเลวร้ายมากขึ้น

เราก็คิดว่า  ขนาดมีนายกฯ  ผู้หญิง (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)  ไม่ทะเลาะกับใคร  ขนาดคนที่มีความเป็นผู้ชายแต่เป็นผู้หญิงมากกว่าชวนทะเลาะ  ยังไม่ทะเลาะด้วยก็คิดว่าบ้านเมืองจะสงบสักที แต่ปรากฎว่าไม่สงบ เพราะไม่ถูกใจ  ถ้าขืนยังเล่นกันอย่างนี้ กระบวนการโค่นอำนาจ ก็ต้องบอกประชาชนว่าเราจะปล่อยให้โค่นหรือ   อำนาจของประชาชนเป็นอำนาจสูงสุด   ขอให้ช่วยกันดู สภาฯก็ต้องพิจารณาว่า ตกลงจะยอมรับอำนาจที่ไม่มีอำนาจหรือเปล่า ต้องไปหารือ

พี่น้องความขัดแย้งในบ้านเมืองนึกว่าจะจบทำยังไงดี อุตส่าห์กลืนเลือดคนละหยด สองหยด คนละปี๊บ สองปี๊บ  หวังจะมีการปรองดองในเมืองไทย แต่เห็นภาพในสภาฯ กระชากเก้าอี้  เริ่มตั้งรัฐธรรมนูญแล้ว  ก็แปรญัตติไม่มีอะไรกลัวทักษิณ กลัวผีทักษิณยังไม่ทันตาย ไม่รู้เป็นอะไร มาถึงกฎหมายปรองดอง ทีนี้ลากเก้าอี้ประธานเลย ไม่รู้พรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนชื่อเลย 

วันนี้รัฐบาลเพื่อไทยกำลังตั้งใจทำงานไปสร้างความเชื่อมั่นในประเทศต่างประเทศ เต็มที่ เศรษฐกิจเริ่มฟื้น มีการปล่อยข่าวเรื่องปฏิวัติเล่นๆ เผื่อมีความขัดแย้ง    วันนี้ เราไว้ใจอะไรไม่ได้เพราะกติกาไม่เป็นกติกา คนรักษากติกา ไม่มีคุณธรรม ไม่รักษากติกา

พรรคเพื่อไทยถือว่า การทำร้ายนักการเมืองพรรคเพื่อไทย  ความจริงแล้วมันส่งผ่านเป็นการทำร้ายประชาชน เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นตัวแทนประชาชน  เป็นตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา  ตามระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกมาด้วยเสียงส่วนใหญ่    แต่เขามาทำอำนาจแทนประชาชน  การลงโทษแบบนี้ คือการทำร้ายประชาชน โครงการต่างๆของรัฐบาลกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี  ประชาชนกำลังกินดีอยู่ดี เงินกำลังสู่ระบบ ทั้งจำนำข้าว รถคันแรก บ้านหลังแรก เครดิตการ์ดเกษตรกร  ค่าแรงงาน 300 บาทเริ่มแล้ว  ทุกอย่างกำลังดำเนินไป พวกนี้ออกมาเพ่นพ่านอีกแล้ว 

เพราะฉะนั้นพี่น้อง  เรารักษากฎหมาย เป็นกฎหมาย กติกาต้องเป็นกติกา  เกมการเมืองวันนี้ ถ้าเราเล่นเกมในรูปแบบเพราะประชาชนเลือกมา   แต่เกมนอกรูปแบบเราไม่มีตัวช่วย  เราต้องเล่นเกมที่ถูกต้องตามกติกา ตามหลักสากล  เราไม่เล่นมวยวัด เราไม่มีตัวช่วยเรา ทำผิดให้เป็นถูก เราต้องปฏิบัติตามกติกาเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นเราจะเหนื่อย หวังว่า เจ้าหน้าที่รัฐ  รัฐมนตรีทั้งหลายต้องทำหน้าที่โดยเคร่งครัด  ตามกติกา ไม่มีหย่อน

วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศดับเครื่องชน พูดอยู่คำเดียว 46,000 ล้าน พี่น้องครับ ต้องไปถามพล.ต.จำลอง (ศรีเมือง แกนนำ พันธมิตรฯ) ที่มายืนประท้วงผม วันที่มาเชิญไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคพลังธรรม เมื่อปี  2537   เมื่อ 18 ปีที่แล้ว วันนั้นผมประกาศมีทรัพย์สินอยู่ 46,000 ล้าน ผมมีตังค์ ค้าขายรวยมาก่อน  ไม่ใช่เป็นคนที่ไปต้มใครมาก่อน แล้วมาเป็นนักการเมืองมีตังค์  เด็กรุ่นหลังคิดว่ามารวยตอนเข้าการเมือง  ผมมาเข้าการเมืองมีแต่เงินหายไป    เงิน 46,000 ล้านเป็นเงินที่ไม่ได้ปล้นใครมา   แต่เขาปล้นผมไป ต้องการให้เข้าใจว่าเป็นเงินของผม ของครอบครัว ที่ถูกขโมยไป ปล้นไป ผมทำมาหากินมาก่อน

ประชาธิปัตย์ดับเครื่องชน เล่นทั้งในสภา และนอกสภาฯ  ตกลงเป็นพรรคที่ถูกต้องตามกฏหมายจริงๆ หรือเปล่า  ไม่แน่ใจว่า พรรคที่มีอายุ 60 ปี ทำไมเล่นการเมืองแบบนี้ ในสภาฯ ไม่เคยมีภาพที่น่าเกลียดแบบนี้ในประเทศไทย ก็เพิ่งมามีคราวนี้ กระทำโดยพรรคที่เก่าแก่ที่สุดของไทย    และวันนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ไปรอพบอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านในพม่า นึกว่า อองซาน ซูจี จะสอนว่าต้องอดทนนะ กว่าจะได้ประชาธิปไตย ไม่ใช่ถึงเวลาเลือกตั้งแล้วได้เสียงข้างน้อยก็ต้องให้ทหารมาช่วย ให้เป็นนายกรัฐมนตรีมันไม่ถูก

แต่คราวนี้คงไม่ง่ายแล้ว เพราะประยุทธ์ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก) จบ จปร. 5 ปี  ไม่เหมือนกับอนุพงศ์ (พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.) จบจปร.แค่ 3 ปี แล้วไปต่อปริญญาตรีที่ ม.รามคำแหง  ถึงไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ประยุทธ์ ฉลาดกว่า  คงไม่ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก

ผมคงจะต้องพูดอีกทีหนึ่ง ได้ข่าวว่า พี่น้องเสื้อแดงบางคนโกรธผม เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ขอประทานโทษ ไหว้อย่างงามๆ เลย ว่า  ไม่เคยคิดย่ำยีพี่น้องคนเสื้อแดงเลย  วันนั้นสัญญาณไม่ค่อยดี เพราะผมไปอยู่บ้านนอกของประเทศจีน สัญญาณมือถือขาดๆ หายๆ เลยพุดไม่ครบทุกประเด็น  จริงๆ อยากจะบอกว่า  ผมเป็นคนรู้สำนึกในบุญคุณพี่น้องเสื้อแดง ไม่เคยทอดทิ้ง ไม่เคยลืม วันนี้ก็ส่งคนไปคอยดูแลตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็น การเยี่ยมเยียนผู้ต้องขังคดี  พยายามจะช่วยทุกคน อาจจะทั่วถึงบ้าง ไม่ทั่วถึงบ้าง  ก็ต้องอาศัยแกนนำด้วย  ผมสนับสนุน สั่งการช่วยเหลือทุกอย่าง หวังว่าพี่น้องคนเสื้อแดง เราหัวใจเดียวกัน เราไม่ทิ้ง ไม่ลืมกันเด็ดขาด   แต่วันนี้ที่พูดถึงปรองดองอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าได้  ไม่ใช่ว่าได้ดิบได้ดีอะไร  เราเห็นแล้วว่า พี่น้องติดคุก โดนคดีอยู่  5 พันกว่าคน    ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญบอกว่า คดีอาญาต้องให้ประกันตัว แต่ศาลสุดท้ายก็ไม่ได้ประกัน หลายคนถูกจำคุกทั้งที่ไม่ผิด คดีอากงเป็นตัวอย่าง  สิ่งนี้ทำให่พวกเราช้ำกันพอสมควร  เราต้องไม่ทะเลาะกันเอง  ไม่น้อยใจกันเอง หนักนิดเบาหน่อย  ขอให้บอกเลยว่า ผมไม่เคยทอดทิ้ง

พี่น้องครับ ผมได้อ่านบทความของอาจารย์สมศักดิ์ (สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล )  ต้องขอบคุณ อ่านแล้ว ยอมรับ หลายสิ่งที่พูดเป็นเรื่องที่จริง บางเรื่องก็พุดไม่ได้  แต่ผมก็ขอบคุณในความห่วงใยและปรารถนาดี วันนี้เราต้องช่วยกันเอาประชาธิปไตยกลับสู่ประเทศไทยให้ได้   ถึงแม้จะมีนักไม่ใช่ประชาธิปไตยทั้งหลาย  หรือบางคนเป็นนักเลือกตั้ง ก็มี  วันนี้เราต้องฝ่าตรงนี้ ให้เกิดประชาธิปไตยให้ได้

อองซาน ซูจี ยังพูดเลยว่า   การปฏิรูปเข้าสู่ประชาธิปไตยต้องเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่ได้   แต่ผมกลัวประเทศไทยจะถอยหลังอย่างเดียวหรือเปล่า  เป็นบาปกรรมอะไรหรือเปล่า พอพม่าพ้นเราจะเป็นหรือเปล่า    ขอให้อย่าเป็นอย่างนั้นเลย  ขอให้เห็นใจพี่น้องคนไทยเถอะ เพราะคนไทยเป็นคนที่รักษาเสรีภาพ  มีสันติ   ประชาธิปไตยเท่านั้นที่รักษากฎกติกา  และคนที่รักษากติกา จะทำให้ประเทศเราก้าวหน้าได้  อยากเห็นประชาธิปไตยได้รับการผลักดัน พวกเราเป็นนักสู้ประชาธิปไตย เราจะไม่ถอย แม้จะเจ็บปวดกันบ้าง    รับรองว่า เที่ยวนี้ความสามัคคีพวกเราจะเป็นปึกแผ่น  เราจะประสานงาน เราจะพูดคุยกัน   กำลังตั้งใจว่า กลับบ้าน จะทำอะไรที่ตอบแทนเสื้อแดง  ที่เป็นคนน่ารัก เป็นคนรักประชาธิปไตย รักประชาธิปไตย  นั่นคิดเรื่องเดียว ไม่ได้คิดเรื่องอื่นเลย

ตอนนี้อยากจะพูดอะไรให้พี่น้องสบาย ใจ  มีความสดชื่น พร้อมบอกว่ารักและคิดถึงพี่น้องเสื้อแดงทุกคน

ภายหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินจบ   นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  บอกว่า   ฝ่ายตรงข้ามพยายามให้คนเสื้อแดงกับพ.ต.ท.ทักษิณห่างกัน ตนก็เลยอยากประกาศว่า   "เขาผลักทักษิณ เราจะกอดทักษิณเอาไว้  เขาจะไล่ทักษิณออกไป เราจะเอาทักษิณกลับมา เขาเกลียดทักษิณ เราก็จะบอกว่าเรารักทักษิณ  เขาอาจจะคิดว่าเรารู้ว่าซ่อนอยู่ตรงไหน เราก็บอกว่า เรารู้ว่าไผเป็นไผ" ซึ่งได้รับเสียงเฮและเสียงปรบมือจากคนเสื้อแดงอย่างล้นหลามอย่างมาก